ทำเว็บให้กระจายศูนย์ด้วย Walrus 🚀 คู่มือสำหรับมือใหม่
คู่มือเบื้องต้นสำหรับนักพัฒนา ที่อยากลองเก็บและรันเว็บไซต์บน Walrus อย่างง่ายๆ

Search for a command to run...
คู่มือเบื้องต้นสำหรับนักพัฒนา ที่อยากลองเก็บและรันเว็บไซต์บน Walrus อย่างง่ายๆ

No comments yet. Be the first to comment.
A developer's overview of the Sui Payment Stack: components, roles, and the problems it solves

Understanding How DeepBook Predict Works Under the Hood

Understanding How Prediction Markets Work — DeepBook Predict vs Polymarket vs Kalshi

Build an AI Chatbot with Groq on Sui Encrypted Messaging

Setup, Create Encrypted Channel, and Chat via CLI on Sui Testnet

ช่วงหลังมานี้ โลกบล็อกเชนไม่ได้มีแค่เรื่องการโอนเหรียญหรือทำ DeFi อีกต่อไป แต่ยังมีความพยายามที่จะขยายขอบเขตไปถึงการเก็บไฟล์และข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย เพราะบล็อกเชนแบบดั้งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อเก็บ state และ transaction เป็นหลัก ไม่ได้เหมาะสำหรับข้อมูลขนาดใหญ่เท่าไหร่นัก จึงเป็นที่มาของ Walrus 😎
อ่าวละ Walrus คืออะไร?
Walrus เป็น decentralized storage & data availability protocol ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเก็บไฟล์ขนาดใหญ่ (หรือที่เรียกว่า blobs) เช่น รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์เว็บ หรือ binary files อื่น ๆ
คุณสมบัติหลักของ Walrus คือ:
Decentralized Storage – ไม่มี server กลาง ข้อมูลจะถูกกระจายไปเก็บตาม node ในเครือข่าย
Data Availability Layer – การันตีว่าไฟล์ที่ถูกเก็บไว้จะ “หาเจอและโหลดได้จริง” ไม่หายไปกลางทาง
Optimized for Blobs – ปรับแต่งให้เหมาะสมกับไฟล์ขนาดใหญ่ ต่างจาก blockchain ปกติที่เก็บข้อมูลแบบ state/transaction ซึ่งมีข้อจำกัดด้านขนาด
Economic Incentives – ผู้ที่เก็บไฟล์ (storage node) จะได้ค่าตอบแทนเป็น incentive ทำให้ระบบมีแรงจูงใจให้ข้อมูลคงอยู่เสมอ
อ่าวแล้ว Walrus กับ Sui (Mysten Labs) เกี่ยวข้องกันยังไงหละ?
Walrus ถูกพัฒนาโดย Mysten Labs ทีมเดียวกับที่สร้าง Sui นั้นเอง โดยทั้งสองโปรเจกต์ออกแบบมาให้ ส่งเสริม กัน
Sui → เป็น blockchain ที่ทำหน้าที่เก็บ state และ logic ของ smart contract (ข้อมูลที่ต้องการความถูกต้องและ consensus สูง)
Walrus → เป็น Decentralized Storage ไว้เก็บไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ไม่เหมาะจะยัดลง blockchain โดยตรง โดย walrus ต่างจากที่เก็บข้อมูลแบบอื่นตรงที่มีคุณสมบัติ availability และ verifiability
สรุปง่ายๆคือ
Walrus = Decentralized hosting/storage layer
Sui = Smart contract & ownership layer
ตอนนี้เรารู้แล้วว่า Walrus คืออะไร และมันทำงานคู่กับ Sui ยังไง ทีนี้ก็ถึงเวลาลอง ลงมือทำจริง กันบ้าง 🎉 Use case ง่ายที่สุดคือการเอา เว็บไซต์เล็ก ๆ ของเราไปฝากบน Walrus แบบไม่ง้อเซิร์ฟเวอร์ และที่สำคัญคือ ไม่มีใครมาลบหรือปิดเว็บเราได้ 🔒
ถือเป็นโอกาสทองสำหรับใครที่อยากลองเล่นของใหม่ในโลกบล็อกเชน พร้อมแล้วไปดูกันว่า ขั้นตอนทำเว็บแรกของเราบน Walrus Site ต้องทำยังไงบ้าง 🚀
โลก Web3 ตอนนี้มาแรงสุด ๆ หนึ่งในของเล่นใหม่ที่น่าสนใจก็คือ Walrus Site ✨ มันคือการเอาเว็บไปฝากไว้บน เครือข่าย Walrus + Sui โดยไม่ต้องง้อเซิร์ฟเวอร์เอง พูดง่าย ๆ ก็คือ เราได้ โฮสติ้งแบบกระจายศูนย์ (decentralized hosting) ที่เข้าถึงได้ตลอดเวลา และไม่มีใครมาลบหรือปิดเว็บเราได้
ทำไม Walrus Site ถึงน่าสนใจ? 🤔
Serverless Deployment — อัปโหลดไฟล์เว็บตรงไปบน blockchain ไม่ต้องมีเซิร์ฟเวอร์
Ownership & Flexibility – เว็บเป็นของคุณโดยสมบูรณ์ สามารถโอนหรืออัปเดตได้ตลอด
NFT Integration – ผูกเว็บกับ Sui objects เช่น เว็บเฉพาะ NFT หรือโชว์คอลเลกชัน NFT ได้
High Availability — เพราะอยู่บนระบบกระจายศูนย์
SuiNS Domain — จดโดเมนผ่าน SuiNS
พร้อมไหม… มาเริ่มกันเลย (คำสั่งอาจจะแตกต่างกันไปแต่ละ OS นะ ในที่นี้เราใช้ Ubuntu ในการติดตั้ง)
เตรียมเครื่องมือที่จำเป็น
ติดตั้ง Rust
brew install rustup
rustup-init
ติดตั้ง SUI CLI
brew install sui
sui --version #ตรวจสอบว่าติดตั้งถูกต้องใหม
สร้าง SUI wallet (เลือก ed25519 นะ)
sui client new-env --alias mainnet --rpc https://fullnode.sui.io:443 #เพื่อ activate client
ขั้นตอนนี้สำคัญมากคือต้องเก็บ Secret Recovery Phrase ไว้นะห้ามหายเด็ดขาด และต้องมั่นใจว่าเก็บในสถานที่ ที่ปลอดภัยด้วย ซึ่งเราสามารถนำ Secret Phrase ไป import เข้ากระเป๋าได้ ซึ่งในที่นี้เเนะนำตัวนี้เลย Slush — A Sui wallet เป็นกระเป๋าหลักของ SUI
ติดตั้ง Walrus cli (https://docs.wal.app/usage/setup.html)
curl -sSf https://install.wal.app | sh
walrus --help #ตรวจสอบว่าลงสำเร็จแล้ว
ติดตั้ง site-builder
สำหรับ platform อื่นสามารถดูวิธีการติดตั้งเพิ่มเติมได้ที่ https://docs.wal.app/walrus-sites/tutorial-install.html
SYSTEM=macos-x86_64 # เปลี่ยนตาม OS ของคุณ
curl https://storage.googleapis.com/mysten-walrus-binaries/site-builder-testnet-latest-$SYSTEM -o site-builder
mv site-builder /usr/local/bin/
ตรวจสอบว่าติดตั้งถูกต้องไหม
site-builder --help
เตรียม walrus site config
mkdir -p ~/.config/walrus/
curl https://raw.githubusercontent.com/MystenLabs/walrus-sites/refs/heads/mainnet/sites-config.yaml -o ~/.config/walrus/sites-config.yaml
เตรียมเว็บที่จะ deploy
เว็บต้องมี index.html เป็น entry point
ตัวอย่าง repo ของ Walrus โดยเราจะใช้เว็บตัวอย่าง walrus-snake สำหรับฝึก deploy กัน
git clone https://github.com/MystenLabs/example-walrus-sites.git
cd example-walrus-sites
เตรียมเหรียญเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับ Deploy
ก่อนอื่นเลยเราต้องมีเหรียญ SUI และ Warlus ก่อนสามารถเข้าไปหาซื้อได้ตาม exchange ต่างๆ ดูข้อมูลได้จากที่นี้ https://coinmarketcap.com/currencies/sui/ และ https://coinmarketcap.com/currencies/walrus-xyz/
หลังจากนั้นให้ดาวโหลด wallet extension ซึ่งในที่เราเลือกใช้ Slush — A Sui wallet (https://slush.app/) เมื่อติดตั้ง wallet extension เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ import ค่า Secret Recovery Phrase จากขั้นตอนก่อนหน้า เเล้วทำการโอนเงินจาก exchange ไปที่กระเป๋าของเรานั้นเอง
(ส่วนนี้สำหรับมือใหม่ อาจจะ งงๆ นิดหน่อย เเต่โดยหลักการคือ เราต้องหาซื้อ token เพื่อมาใช้สำหรับการทำธุรกรรมเเละค่าธรรมเนียมนั้นเอง แนะนำว่าให้ซื้อประมาณ 1 SUI และ 2 Warlus tokens น่าจะเพียงพอละ หรือใครไม่มีก็ comment กระเป๋ามาเลย เดียวเราโอนให้เพื่อการเรียนรู้ :P )
อัปเว็บขึ้น Walrus
ใช้คำสั่งด้านล่างนี้เพื่อ upload เว็บไซด์ขึ้นไปเก็บยัง walrus (ใช้ SUI และ Walrus เล็กน้อยสำหรับค่าธรรมเนียม)
site-builder publish ./walrus-snake --epochs 1
(epochs คืออายุของการเก็บรักษา object นั้น โดย 1 epoch จะมีค่าประมาณ 14 วัน)
หลังเสร็จ คุณจะได้ site object ID + URL ในขั้นตอนการทดสอบนั้นเราจะทำไป 2 แบบคือ ทดสอบผ่าน local host หรือทำการผูก site object id กับ SuiNs ซึ่งเราจะไปกันให้สุด นั้นคือไปจด Domain Name กันต่อ สำหรับใครอยากทดสอบผ่าน local host สามารถดูขั้นตอนได้ที่นี้นะ https://docs.wal.app/walrus-sites/portal.html#running-a-local-portal
การต่ออายุการใช้งาน
แน่นอนว่าเมื่อครบตามจำนวน epoch ที่กำหนดไว้ เราก็ต้องไม่ลืมต่ออายุการใช้งาน ซึ่งสามารถทำโดยเรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้
site-builder update --epochs 1 ./walrus-snake 0xYourSiteObjectID
ซึ่งก่อนทำการต่ออายุ จำเป็นจะต้องมีการเเก้ไขไฟล์ ก่อนที่จะทำการต่ออายุด้วยนะครับ หรือสามารถใช้ parameter
--force หากต้องการต่ออายุโดยไม่เปลี่ยนเนื้อหา ซึ่งเราสามารถต่ออายุได้สูงสุด 53 epochs (~2 ปี)
ผูกชื่อเว็บให้อ่านง่ายด้วย SuiNS
SuiNS คือ (Sui Name Service) คือ ระบบ Domain Name Service บนเครือข่าย Sui เปรียบเทียบได้เหมือน Domain name ที่เราคุ้นชินกันอยู่แล้วนั้นเอง พร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย
ไป https://suins.io/ แล้วเชื่อมกับ wallet extension ที่ได้ทำการติดตั้งก่อนหน้า หลังจากนั้นค้นหา domain name ที่เราต้องการ

ในกรณีที่ Domain name ว่างเราก็สามารถที่จะเลือกซื้อ Domain เหล่านั้นได้ ทำการจ่ายเงินให้เรียบร้อย
ไปที่หน้า https://suins.io/account/my-names#your_name ทำการผูก site object ID เข้ากับ Domain name เป็นอันเสร็จสิ้น

เป็นไงครับ เหนื่อยกันไหมขั้นตอนอาจจะเยอะเพราะมีการติดตั้งหลายอย่างในครั้งแรก เเละนี้คือผลลัพธ์ที่เราได้มา https://onthemove.wal.app/ เว็บไซด์ที่จะไม่มีวันล่มอีกต่อไป ใครลองแล้วได้เว็บอะไรกันบ้าง เอามาแชร์ในคอมเมนต์ได้นะ
นี้เป็นเพียงตัวอย่างเริ่มต้นเท่านั้นนะ เดียวเจอกันใหม่รอบหน้า มาดูกันว่าเราจะพัฒนา dApp อะไรดี เพื่อดึงความสามารถของเจ้าสิงโตทะเล ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เจอกันนนน
By Tee | ContributionDAO